<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2018 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2018 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือน&#039;กลุ่มชาวพุทธฯ-อดีตผู้ว่าสตง.&#039;ป้องพระโกงเงินหลวงเข้าข่ายสนับสนุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค. 61 - นายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่า กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ได้ตรวจพบการทุจริตเกิดขึ้นในวัดใหญ่แห่งหนึ่งภายในพื้นที่ กทม. และมีพระชั้นผู้ใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินดังกล่าว เนื่องจากพบว่ามีการนำเงินดังกล่าวไปใช้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)&amp;nbsp;กำหนด จึงได้ทำการตรวจสอบเส้นทางการเงิน&amp;nbsp;กระทั่งพบว่าพระชั้นผู้ใหญ่ของวัดดังกล่าวได้มีการโอนเงินงบประมาณที่ทางวัดได้รับมาจากทาง พศ.&amp;nbsp;จำนวน 25 ล้านบาทจาก 30 ล้านบาท ไปให้กับ หญิงสาวรายหนึ่งที่พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ จนนำไปสู่การเข้าทำการตรวจค้นดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า กรณีดังกล่าวทราบว่าเป็นกระบวนการทุจริตงบประมาณแผ่นดินของพระชั้นผู้ใหญ่ที่มีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน และอดีตผู้ว่าฯ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ออกมาปกป้องพระผู้ใหญ่ โดยพยายามกดดัน แทรกแซงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ทุกวิถีทาง แต่ตอนนี้มีหลักฐานปรากฎแล้วว่า พระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.)&amp;nbsp;เฉพาะวัดนี้เบิกงบประมาณแผ่นดินเพื่อใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปแล้วหลายร้อยล้านปีละ 60 ล้านบาท โดยกรณีนี้นำเงินหลวงมาเข้าบัญชีวัดที่ตนเป็นเจ้าอาวาส จากนั้นก็โอนเงิน 25 ล้านบาทเข้าบัญชีสีกา แล้วให้สีกาเบิกเงินเป็นแคชเชียร์เช็กสั่งจ่ายคืนให้กับตนที่เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ&amp;nbsp;มส. แล้วก็นำไปใช้ต่อ พฤติกรรมอย่างนี้ทำให้เชื่อได้ว่าเข้าข่ายเป็นการฟอกเงินที่ได้จากการทุจริตเงินหลวงแล้ว และล่าสุดทราบว่าพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ&amp;nbsp;มส.รายนี้ขณะอยู่ต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงขอให้ทั้งกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน และอดีตผู้ว่าฯ&amp;nbsp;สตง. ที่ออกมารับรองความบริสุทธิ์ของพระชั้นผู้ใหญ่ ที่เป็นกรรมการ&amp;nbsp;มส. รายนี้ ได้หูตาสว่างขึ้นด้วย เพราะการที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอาผิดกับบุคคลที่ทุจริตเงินหลวงนั้น ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นนักการเมือง ข้าราชการ หรือพระชั้นผู้ใหญ่ก็ตาม การทำหน้าที่ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ประชาชนทั้งประเทศเขาสนับสนุนกันทั้งประเทศ ดังนั้นกลุ่มบุคคลดังกล่าว ควรหยุดการเคลื่อนไหวในทางที่ไม่ถูกไม่ต้องเสีย เพราะอาจจะกลายเป็นเข้าข่ายสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำความผิดทุจริตเงินหลวง ซึ่งเป็นพระชั้นผู้ใหญ่&amp;nbsp;แต่กลับอาศัยพระพุทธศาสนามาแสวงหาประโยชน์เข้าตน โดยไม่ชอบด้วยทั้งพระธรรมวินัยและกฏหมาย&amp;quot; นายไพบูลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์ กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;และเชื่อว่าการตรวจสอบทุจริตเงินหลวงของพระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการ&amp;nbsp;มส. โดยหน่วยงานของรัฐเช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)&amp;nbsp;จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลไปยังขบวนการหรือกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกมาก เป็นความเข้มแข็งของการบังคับใช้กฏหมายของรัฐบาลในยุคนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญนำไปสู่การปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์ และการจัดการทรัพย์สินวัดและพระภิกษุให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย ตามแนวทางที่คณะผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปเสนอนโยบายแก้ไขปัญหาโดยให้มี พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับ &amp;ldquo;ธรรมาธิปไตย&amp;rdquo;ขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9384</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน, ทุจริตเงินทอนวัด, มหาเถรสมาคม, อดีตผู้ว่าฯ สตง., ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac5a0512abef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
